แบงก์ผวาหนี้เน่าเช็กเครดิตบูโรถี่ยิบ

 

นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือเครดิตบูโร เปิดเผยว่า เดือน ม.ค.59 ที่ผ่านมา บริษัทสมาชิกได้เข้ามาตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโร หากเป็นลูกค้าเดิมมีการตรวจสอบกว่า 3 ล้านรายการ ดังนั้นตลอดทั้งปีจะมีการตรวจสอบข้อมูลเครดิตลูกค้าเดิมสูงถึง 36 ล้านรายการ ส่วนลูกค้ารายใหม่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา มีการตรวจสอบ 1 ล้านรายการ เชื่อว่าตลอดทั้งปีจะมีตรวจสอบ 13 ล้านรายการ ทั้งนี้ การตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรของธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากธนาคารพาณิชย์เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่ ส่วนสินเชื่อเดิมก็ระมัดระวังป้องกันไม่ให้เกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เห็นได้จากข้อมูลการตรวจสอบเครดิตบูโรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง “ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นสมาชิกเครดิตบูโรเข้ามา ตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรลูกค้ารายเดิมมากขึ้น จากเดิมมีความถี่การตรวจสอบ 6 เดือนครั้ง ก็เปลี่ยนมาเป็น 3 เดือนครั้ง เพื่อต้องการรู้ประวัติการชำระเงิน แม้ว่าบัญชีเงินกู้ที่มีอยู่กับธนาคารที่เข้ามาดูข้อมูลเครดิตบูโรจะมีการชำระหนี้เป็นปกติ แต่ก็ต้องการเห็นว่าบัญชีเงินกู้ที่มีกับธนาคารพาณิชย์อื่นๆ มีประวัติการชำระเงินอย่างไร มีการผิดนัดชำระหรือไม่ หากพบผิดนัดชำระก็จะเข้าไปช่วยแก้ไข เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเป็นหนี้เสีย”

นายสุรพลกล่าวอีกว่า ปี 58 เครดิตบูโรมีสมาชิก 87 ราย ปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 90 ราย โดยมีผู้ประกอบการธุรกิจนาโนไฟแนนซ์สมัครเข้ามาเป็นสมาชิก ส่วนข้อมูลเครดิตที่มีจำนวน 77.8 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากปี 57 ที่มีอยู่ 75.5 ล้านราย และหากแยกเป็นนิติบุคคลปี 58 จะมีข้อมูลเครดิต 3.50 ล้านราย จากปี 57 มี 3.46 ล้านราย ส่วนการเข้าตรวจสอบข้อมูลเครดิตของสมาชิกพบว่า ปี 58 มีการตรวจสอบเพื่ออนุมัติสินเชื่อใหม่ 13.3 ล้านรายการ เพิ่มขึ้น 100,000 รายการ จากปี 57 นอกจากนี้การตรวจสอบข้อมูลเครดิตของลูกค้ารายเดิมพบว่า มีความถี่ในการเข้ามาตรวจสอบมากขึ้นด้วย.

เข็นสารพัดแผนฝ่าวิกฤติ ปี 58 “การบินไทย” ขาดทุน 1.3 หมื่นล้านบาท

 

(ภาพจาก : REUTERS)

ผลประกอบการการบินไทยปี 2558 ขาดทุนยับเยิน 1.3 หมื่นล้านบาท “จรัมพร” ยืนยัน แผนปฏิรูปองค์กรเดินมาถูกทางหยุดเลือดไหล พร้อมเดินหน้าเพิ่มรายได้ ปัดฝุ่นเส้นทางขาดทุนกลับมาบินใหม่–เปิดบินอาเซียน เตรียมเงิน 2,000 ล้านบาท จ้างพนักงานออกก่อนเกษียณ

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของการบินไทยปี 2558 การบินไทยมีรายได้รวม 188,747 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 13,047 ล้านบาท โดยขาดทุนลดลงจากปี 2557 ที่ขาดทุน 15,573 ล้านบาท เป็นการขาดทุนต่อหุ้นที่ 5.99 บาทต่อหุ้น และมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยที่ 72.9% สูงกว่าปีก่อน ซึ่งเฉลี่ยที่ 68.9% และปีนี้ตั้งเป้าหมายอัตราการบรรทุกผู้โดยสารที่ 80%

ทั้งนี้ การดำเนินการตามแผนปฏิรูปองค์กรที่ผ่านมาถือได้ว่าเดินมาถูกทาง ทั้งเรื่องการลด หรือยกเลิกเส้นทางบินที่ไม่มีกำไร ส่วนเรื่องลดค่าใช้จ่ายจะยังเดินหน้าดำเนินการต่อไป ทั้ง 5 ด้าน คือ ลดค่าใช้จ่ายด้านครัวการบิน, หน่วยซ่อมบำรุง-ลานจอด, คลังสินค้า, การบริการผู้โดยสาร, การบริการภาคพื้น และจากแผนการปรับลดแล้ว หลังจากนี้การบินไทยจะเดินหน้า

ตามแผนงานขยายตัวขึ้นในปีนี้ ทั้งเรื่องเปิดจุดบินใหม่ๆ เพิ่มในภูมิภาคอาเซียน 3-4 จุดบิน และพิจารณาเปิดเส้นทางบินที่เคยขาดทุนกลับมาบินใหม่ เช่น เส้นทางบินกรุงเทพ-สหรัฐฯ, เส้นทางบินมอสโก เปิดบินในตารางบินฤดูหนาว ในเดือน ต.ค.นี้ โดยแผนการขยายตัวจะดำเนินการเต็มรูปแบบในปีหน้า สำหรับสาเหตุที่ปรับเส้นทางบินใหม่เนื่องจากมองว่า ต้องใช้ประโยชน์จากเครื่องบินเพิ่มมากขึ้น

“ปีนี้การบินไทยยังจะได้เดินหน้าลดค่าใช้จ่าย ในโครงการร่วมใจจากองค์กร หรือเกษียณก่อนกำหนด โดยมีงบประมาณในส่วนนี้ 2,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาได้ใช้งบประมาณ 5,500 ล้านบาท ในการปรับลดบุคลากร โดยความคืบหน้าในขณะนี้ ได้ให้แต่ละฝ่ายไปดำเนินการจัดทำรายละเอียดว่า แต่ละส่วนจะมีการปรับลดอย่างไร โดยคณะปฏิรูปองค์กรจะติดตามผลทุกๆ 1 เดือน เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่แต่ละแผนกจะส่งแผนการปรับลดบุคลากรลงกลับมายังฝ่ายบริหารในเดือน พ.ค.นี้”

สำหรับแผนการรับมอบเครื่องบิน ในปีนี้จะมีการรับมอบเครื่องบินใหม่แอร์บัส A350 จำนวน 2 ลำ ซึ่งการรับมอบนี้ ฝ่ายบริหารจะเร่งให้ได้ข้อสรุป แต่มั่นใจว่ากลางปีนี้อาจไม่มีการรับมอบ ส่วน การรับมอบเครื่องบินในปีหน้า มีแผนที่จะรับมอบ 7 ลำ ประกอบด้วย เครื่องบินแอร์บัส A350 จำนวน 5 ลำ, โบอิ้ง B787 จำนวน 2 ลำ และปี 2561 จะรับมอบเครื่องบินอีก 5 ลำ คือ แอร์บัส A350

นายจรัมพร กล่าวว่า ปัจจุบันการบินไทยมีนักบิน 1,600 คน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการขยายเส้นทางบินใหม่ ส่วนความช่วยเหลือที่มีให้กับสายการบินนกแอร์ จะเป็นการให้นกแอร์เช่าเหมาลำเครื่องบิน เนื่องจากตามกฎระเบียบของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ไม่สามารถให้เช่านักบินได้ การเช่าต้องเป็นการเช่าเหมาลำเครื่องบินพร้อมนักบิน และขณะนี้ยังไม่มีการหารือเรื่องการปรับเปลี่ยน การถือหุ้นของสายการบินนกแอร์ ซึ่งปัจจุบันการบินไทยถือหุ้นสายการบินนกแอร์อยู่ที่ 39%

นายณรงค์ชัย ว่องธนะวิโมกษ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการเงินและบัญชี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การแข่งขันในธุรกิจการบินปีนี้ จะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาต้า) ระบุว่าอัตรากำไรต่อหน่วยในธุรกิจการบินในปีนี้ จะปรับลดลงจากลดจากปีก่อนอีก 5-8% และในส่วนของค่าใช้จ่าย ที่ยังเป็นปัจจัยลบต่อการดำเนินธุรกิจ คือค่าใช้จ่ายจากการด้อยค่าเครื่อง จากเครื่องบินที่ปลดระวางรอขาย 14 ลำ แต่ที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ คือฝูงบินที่เคยทำการบินพิสัยไกลไปยังเมืองลอสแอนเจลิส และนิวยอร์ก สหรัฐฯ จำนวน 10 ลำ เนื่องจากขณะนี้พบว่าราคาลดลงต่อเนื่อง จึงอยากเร่งขายให้ได้โดยเร็วที่สุด.